45 นาทีสุดท้าย...
บินมาลอนดอนคราวนี้ได้บินมากับมาศอีกแล้วค่ะ คือบินด้วยกันสองไฟลท์ติด สงสัย rostering ขี้เกียจคิด เลยจับมันใส่ๆไปด้วยกันเนี่ยแหละ ก็ดีค่ะ มีเพื่อนเมาท์กันไปตลอดทาง..
รถจะมารับไปทำงานตอน 22.45 hrs เราก็กะว่าเดี๋ยวสามทุ่มตื่น เพื่อมาจัดกระเป๋า อาบน้ำ แต่งหน้า แต่งตัว เพราะไม่อยากจะรีบเหมือนไฟลท์ฮ่องกงแล้ว ให้ไปแต่งตัวบนรถคงไม่ไหวล่ะ แต่สุดท้ายผลการออกรางวัลเลขท้ายสามตัวของไฟลท์แกทวิคคือ
คุนเหมียวตื่นสายอีกตามเคย ฮะๆๆๆ
คราวนี้หนักมาก ขนาดว่ามาศต้องมาตะโกนเรียกหน้าห้อง ซึ่งเราก็ยังไม่ตื่น มาศก็เลยเปิดประตูเข้ามาถามว่า "เหมียว... แก call sick ไฟลท์นี้แล้วเหรอ" (เห็นเราเป็นคนยังไงวะ) เราก็สลึมสลือตอบไปว่า "เปล่า... ทำไมอะ" มาศก็ตอบมาด้วยเสียงเรียบว่า "งั้นตื่นเหอะเพื่อน.. เพราะอีก 45 นาทีรถจะมารับแล้ว"
เท่านั้นแหละค่ะ
คุนเหมียวเหมือนมีสปริงเด้งออกมาจากเตียง วิ่งพล่านไปเลย แปรงฟัน ล้างหน้า อาบน้ำ แต่ไม่ได้แต่งหน้านะคะ คราวนี้รู้งานแล้ว แต่งตัวก่อนเลย หน้าค่อยไปสวยบนรถ ฮะๆๆ เพราะจากเวลาที่รถมารับเรา กว่าจะถึง technical bld. ก็เกือบชั่วโมง พอดีเเหละ มีเวลาแต่งหน้าอยู่แล้ว
จับของอะไรได้ใกล้มือ เราหยิบใส่กระเป๋าก่อนเลย แล้วก็วิ่งลงไปเหมือนเคย ถือเครื่องสำอางค์ไปด้วย มืดก็มืด แต่ทำไงได้ อาศัยไฟตามข้างถนนแต่งหน้าเอาค่ะ โชคดีรถติดไฟแดงบ่อย เมื่อถึง t. bld. คุนเหมียวก็สวยพอดี ฮะๆๆ
ไฟลท์ก็ไม่มีอะไรผู้โดยสารไม่เต็ม แถมนิสัยดีอีกต่างหาก
มาถึงโรงแรมได้เราก็อาศัยความไว ไปคว้าห้องที่ใกล้กันกับมาศมาก่อนเลย เข้าห้องเอาของมาเก็บ ล้างเครื่องสำอางค์ออก เราก็ขนของที่จำเป็น ย้ายห้องมานอนกับมาศซะเลย เพราะเราตกลงกันว่าจะหารค่าต่อ internet กันคนละครึ่ง เราจะเอาไว้ทำงานหลัก มาศจะเอาไว้คุยกับ...
 รีบยังไงก็ไม่ลืมเอาเจ้ามาด้วย
 สิ่งของจำเป็น ไปไหนต้องเอาไปด้วย
 เก็บของทุกอย่างลงกระเป๋าเรียบร้อย
ไปถึงห้องมาศ มาศอยู่ในสภาพที่เตรียมพร้อมนอนแผ่ ฮะๆๆ เพราะเธอไม่ได้นอนมาทั้งวันทั้งคืน เราเลยได้โอกาสยึดคอมมาเป็นของเราชั่วคราวซะเลย
แล้วมาศก็นอนสิ้นสติไป
 กระเป๋ามาศ (เปลี่ยนบรรยากาศมาดูของชาวบ้านกันบ้าง)
 my work station
 สิ้นสติ
แล้วเราก็นั่งอัปไดไป จนเสร็จ แต่สุดท้ายด้วยความโง่ของตัวเอง ดันกดผิดซะงั้น ทุกอย่างที่เขียนมาหายวับไปกับตา แต่เราก็ไม่ย่อท้อ นั่งเขียนใหม่ซะ แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะถึงคิวมาศต้องมาคุยกับ... ซะเเล้ว เราเลยเปลี่ยนเวรไปนอนเข้าเฝ้าพระอินทร์บ้าง
ตื่นมาด้วยเสียงของมาศกำลังเม้ง... อยู่เลย เราก็นอนฟังเเบบเบลอๆ แต่ก็พอจับใจความได้ ก็แนว งงๆ แต่พอมาศคุยเสร็จ มันก็เล่าให้เราฟังอย่างละเอียดอีกรอบ แถมบอกว่ามีเรื่องเราจะเล่าให้ฟังด้วย เราก็ เฮ้ย.. เรื่องอะไรอีกวะ กูนอนอยู่เฉยๆยังจะมีเรื่องอีกเรอะ ไม่ได้ทำอะไรเลยนะ
มาศว่า "เดี๋ยวฟังเรื่องชั้นก่อน เพราะถ้าแกฟังเรื่องแกก่อนเนี่ย แกจะไม่มีสมาธิฟังเรื่องชั้น" เราก็นอนฟังไปเรื่อย แต่พอมาถึงเรื่องตัวเองเรางี้ตาสว่างเลยฮะ ฮะๆๆ เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะมาศบอกว่า.. คุน paul ฝากบอกว่า "จะไปซ่าส์นะ ฝากบอกเหมียวด้วย"
มาศก็ทำหน้าที่เป้นเพื่อนที่ดี ถามให้เสร็จสรรพว่าไปไหน ไปกับใคร จะกลับกี่โมง
คุน paul ก็น่ารัก ตอบมาครบว่า "ไปเอกมัย ไปกับเพื่อนเก่า ไปแค่สองชั่วโมงเดี๋ยวกลับ จะไม่กินเหล้าด้วย"
มาศว่าโอเค เกี๋ยวบอกเหมียวให้ แต่คุน paul บอกมาศว่า ถ่วงเวลาเหมียวไว้นะ เพราะเดี่ยวเหมียวโทรจิก.. น่าน.. คิดได้ ฮะๆๆ แต่สุดท้ายแล้ว เราก็โทรไปอยู่ดีอะค่ะ ฮะๆๆ ถามเหมือนมาศถามนั่นแหละ คำตอบก็เหมือนกันเด๊ะ แต่... คุน paul ว่า 2 ชั่วโมงเนี่ย สองชั่วโมงนับจากเวลาที่ไปถึงนะ เราก็อืม.. ไม่ว่าอะไร
แล้วเราก็ออกไปหาอะไรกินกับมาศที่สนามบินกัน
 lobby โรงแรม
 โซฟานั่งสบายดี
 นั่งจิบกาแฟนรอ
 นั่งรอมาศไปเปลี่ยนชุด
มึงจะไฮโซไปไหนเนี่ย แต่งตัวไม่เคยไปทางเดียวกันเล้ยยย ชั้นกับแกอะ
 พาไฮโซไปเที่ยว ฮะๆๆ
 ร้านนี้แหละค่ะ
 เคร่งเครียดมาก ว่าจะกินอะไรดี
 น่าหมั่นไส้กว่านี้มีอีกมั้ย
 เครื่องดื่มบำรุงกำลังของมาศ ฮะๆๆ
 นั่งรอกันไป เมาท์กันไป
 ที่เห็นในรูปเนี่ย จานที่ 2 ของมาศแล้ว
เราก็นั่งกินข้าวกันไปเมาท์กันไป มีเรื่องคุยกันเยอะมาก ฮะๆๆ คือพูดกันไม่ได้หยุดเลยค่ะ กินเสร็จมีการเดินมาดูของกันเล็กน้อย เราก็มาสะดุดตากันที่ร้านขายชุดชั้นใน ฮะๆๆ มาศว่าขอแวะเข้าไปดูหน่อยเหอะ
เราก็ตามใจ เอาดิ...
เราเห็นชุดนอนชุดนึง น่ารักมากกกกก แต่ไม่ใช่สไตล์เราเลยแม้แต่น้อย เอาเป็นว่าถ้าใส่เนี่ย คนที่มานอนข้างๆคงสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ฮะๆๆ เพราะมัน sexy มาก ชอบนะ แต่ไม่เหมาะกับเราอะ คือสไตล์มาศเลย แต่มันแพงมาก 25 ปอนด์แหนะ ชุดนอนอะไรวะเนี่ย! แพงเกิน
ให้เราซื้อใส่เองเนี่ย รับรองโดนด่าแน่ ฮะๆๆ
มาศก็ชอบมาก แต่สุดท้ายเราสองคนก็ไม่ได้ซื้อเพราะมันแพงเกินไปอะ แต่มาศอยากได้มาก เพราะมันสวยจริงๆค่ะ เราก็เลยถามมาศว่า "ถ้า 15 ปอนด์เนี่ย แกจะซื้อมั้ย" มาศว่า "ซื้อแน่นอน คือถ้าชั้นมีเงินอยู่นะ ต่อให้ 30 ปอนด์ชั้นก็ซื้อ" เราเลยบอกว่า "งั้นชั้นออกให้แก 10 ปอนด์เอามั้ย" มาศว่า "จริงอะ.. เอาๆ" ฮะๆๆๆ เราก็เลยช่วยมาศซื้อ ฮะๆๆ ด้วยความที่ว่า เราชอบมากเหมือนกัน แต่ไม่คิดจะยืมใส่นะคะ ฮะๆๆ เพราะกลัวว่าคนที่ต้องมานอนข้างๆจะสุขภาพไม่ดี เป็นโรคนอนไม่หลับ ฮะๆๆ
 ข้างหน้าดูธรรมดาใช่มั้ยคะ
 แต่ข้างหลังเนี่ยสิ ฮะๆๆ สะใจคุนเหมียว เลยร่วมสมทบทุนเลย เพราะชอบมาก
สรุปว่ามาศก็ได้ชุดนอนกลับไปโดฮาด้วย ส่วนเราได้ความสบายใจ ฮะๆๆ
เดินกลับมาโรงแรมต้องฮากันมากเมื่อเดินผ่านห้องห้องหนึ่ง เรางี้ต้องถ่ายรูปมาเลยแหละ เพราะเจ้าของห้องคิดได้ไงอะ ทำไปได้ ปกติเวลาแขวนป้าย DND ที่โรงแรมเนี่ย เค้าแขวนที่ประตูกันจริงมั้ยคะ แต่ห้องนี้เนี่ย ศิลปินมากๆ ดูเอานะว่าเค้าแขวนยังไง
 แบบปกติ
 สงสัยกลัวคนไม่รู้จัด.. ฮะๆๆ ว่าไป เราน่าจะไปเคาะประตูเเล้ววิ่งหนีเนอะ เออ.. ตอนนั้นคิดไม่ได้ ฮะๆๆ
กลับมาก็มานั่งอัปไดต่อ แล้วก็คุยกับเล็กไปด้วย แต่คุน paul ก็ยังไม่กลับมาบ้านซะที เพราะไม่เห็นออนไลน์เลย เราเลยโทรไปหาซะหน่อย แล้วก็เป็นไปตามความคาดหมาย...
เสียงดังมากค่ะ สถานที่ที่คุนเค้าอยู่เนี่ย
ก็ไม่มีอะไรจะพูดนะคุน แค่อยากบอกว่า...
|